หน้าหลัก > เรื่องน่ารู้

อิสลามในประเทศจีน  

พวกอฺรับได้มีการติดต่อทางพาณิย์กับประเทศต่างๆทั้งทางบกและทางทะเลมาช้านานแล้ว1   มีผู้กล่าวว่าท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลฯ  ได้กล่าวว่า   “จงแสวงหาความรู้  แม้ไกลถึงประเทศจีน”2   ถึงแม้ไม่มีหลักฐานแน่นอนว่า   นี่เป็นวจนะของท่าน   ก็แสดงว่าในยุคนั้นอฺรับได้รู้เรื่องราวของประเทศจีน   และมีการติดต่อกันมานานแล้ว   บันทึกพงศาวดารในราชวงค์ถัง   ( พ.ศ. ๑๑๖๑-๑๔๕0   ค.ศ.๖๑๘-๙๗ )   แสดงว่าพวกจีนรู้เรื่องศาสนาอิสลาม 3   ในศตวรรษที่  ๖   หรือก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ  มีการค้าขายทางเรือระหว่างพ่อค้าอฺรับและจีน   โดยผ่านทางลังกา 4  ใศตวรรษที่  ๗  ทางประเทศเปอร์เซียมีส่วนร่วมด้วยอย่างคึกคัก 5
เมืองสิราฟได้เป็นเมืองท่าสำคัญของเปอร์เซีย   และยังมีกองคาราวานผ่านสะมัรฺกันด์และตรุกีสตานไปแคว้นซินเกียงและปักกิ่งด้วย   ผ้าไหมเป็นสินค้าเอก   ทางคาราวานนั้นจึงได้ฉายาว่า The Great Silk  Way  ในสมัยโบราณนักเดินเรืออฺรับเรียกลังกาว่า   ญะซีเราะตุลยากูต(Jazirat – ul – Yaqut ) แปลว่าเกาะแห่งทับทิม   และพวกเปอร์เซียเรียกว่า   Sarandib –สะรันดีบ6   หรือสะรานดิบ

 มีเรื่องเล่าว่า  ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลฯ   ได้ส่งแม่ทัพผู้กล้าหาญคนหนึ่งชื่อสะอัด  บิน  วักฺกฺอศเป็นทูตไปประเทศจีน   แหล่งแรกที่ท่านผู้พักคือเมืองกวางตุ้ง  และ  “ สุสาน”  ของท่านที่เมืองนั้นยังเป็นที่เคารพนับถือของชาวจีนมุสลิมจนบัดนี้7   ชาวจีนเรียกท่านว่า  หวั่งกาซี   หรือ  หวันโกซุแต่นี่เป็นการเข้าใจผิด   เพราะท่านสอัดเป็นแม่ทัพผู้กล้าหาญ   สามารถปราบอาณาจักรเปอร์เซียได้ภายใน   ๖  เดือน   จึงมีนิยายต่างๆสดุดีท่านจนบางครั้งเกินความจริง8   แท้จริงท่านผู้นี้ตายที่เมืองมะดีนะฮฺ9   ในตอนกลางศตวรรษที่ ๘  ก็มีทูตไปมาหาสู่กันบ่อยครั้ง   คนจีนอ่านคำอฺรับตามสำเนียงจีนและเพี้ยนไปมาก   เช่น   อะมีรุลมุอ์มินีน   เป็น
ฮันมีโมะโมะนี   อบุล   อับบาส   ผู้เป็นเคาะลีฟะฮฺองค์แรกของวงศ์อับบาสิยะฮฺ   (ไทยเขียนตามฝรั่งเป็นอับบาสิด  หรือ  อับบาไซท์ )   ว่า  อะโบโละบา   และ  เคาะลีฟะฮฺฮารูนว่า  อาลุน  เป็นต้น   ทีแรกเรียกพวกอฺรับว่า  ตาชีฮ์   ต่อมาเป็นหุยหุยเจี่ยว   อ่านตามสำเนียงแต้จิ๋วว่า  ฮ่วยฮ่วยก่า   อย่างไรก็ตาม   เป็นที่รู้กันในประวัติศาสตร์ว่าในราชวงศ์ถัง  ในราชวงศ์ซ้อง (ซ้ง)   ราชวงศ์หงวน  และราชวงศ์หมิงก็ดี  ได้มีพวกอฺรับมุสลิมไปตั้งหลักแหล่งค้าขายตามเมืองชายฝั่งประเทศจีนแล้ว  เมื่อเวลาล่วงเลยไปก็เพิ่มจำนวนผู้นับถือมากขึ้น   แพร่หลายไปทั่วประเทศจีน   จนมีมัสยิดตามเมืองต่างๆ   ซึ่งกษัตริย์จีนทรงมีบัญชาให้จัดสร้างขึ้น เช่นที่เมืองซีงานฟู   และนานกิง  เป็นต้น


1.     The  Old  Tastament,  Ezkiel  27 : 21   ๑๒.     Islam  in  China     p.  91
2.   Kanz – al – ummal
3.   Islam  in  China,  p.  9 -21
4.   The  Preaching  0f  Islam,  p.  294
5.   History  of  the  Arabs,  p.  343
6.   O’  Neill’s  note  on  the  translation  of  Nicolas  Gervaise’  p.141
7.  History  of  the  Arabs’  p.  344
8.  Concise  Ency.  Of  Arab  Civilizatian,  p.  456
9.  Shorter   Ency.  Of  Islam,  p.  48

จากหนังสือความสัมพันธ์ของมุสลิมทางประวัติศาสตร์และวรรณคดีไทย ( ฉบับแก้ไข )      พ.ศ.  ๒๕๑๗
         ดิเรก  กุลสิริสวัสดิ์

 
Web Control Panel Stats Mnet Solution Co.,Ltd.