หน้าหลัก > เรื่องน่ารู้

มูฮัมมัดกับภาระกิจสร้างรัฐอิสลาม

                                 

กฎของศาสนาจึงต้องการความศรัทธาเป็นเบื้องต้นเพื่อที่มนุษย์จะได้ปฏิบัติตามกฎด้วยความสมัครใจและได้รับความสุขในโลกนี้และโลกหน้าเป็นรางวัลตอบแทน แต่ถ้าใครฝ่าฝืนกฎและล่วงละเมิดคนอื่นจนได้รับความเสียหาย กฎศาสนาก็จะมีบทลงโทษไว้ หลักฐานความจริงในเรื่องนี้มีปรากฏอยู่ในคัมภีร์ทางศาสนาอย่างเช่น คัมภีร์ไบเบิลและคัมภีร์กุรอาน ภารกิจของนบีมุฮัมมัด
นบีมุฮัมมัดถูกส่งมาเพื่อทำให้อิสลามเป็นระบอบการดำเนินชีวิตของมนุษย์ที่ครบถ้วนสมบูรณ์และทำให้วจนะของพระเจ้าเป็นธรรมนูญในการดำเนินชีวิตของผู้ศรัทธา นบีมุฮัมมัดเริ่มปฏิบัติภารกิจดังกล่าวเมื่อท่านอายุได้ 40 ปี (ประมาณ ค.ศ.610) ท่านใช้เวลา 13 ปีแรกไปในความพยายามปูพื้นฐานความศรัทธาในพระเจ้าขึ้นในจิตใจของผู้คนทั้งนี้เพื่อที่คนเหล่านั้นจะได้ปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์ แต่ท่านและสาวกที่อ่อนแอหลายคนต้องประสบการต่อต้านทุกรูปแบบจนบางคนถูกทรมานอย่างแสนสาหัสและบางคนต้องถูกเข่นฆ่าสังหาร ดังนั้น ท่านจึงสั่งให้สาวกของท่านกลุ่มหนึ่งอพยพไปอยู่ที่อบิสสิเนีย(เอธิโอเปียในปัจจุบัน)โดยหวังว่ากษัตริย์ที่นั่นคงจะให้ความคุ้มครองสาวกของท่านเพราะท่านเห็นว่ากษัตริย์แห่งอบิสสิเนียก็เป็นผู้ศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียวเช่นกัน
เมื่อการต่อต้านรุนแรงขึ้นจนถึงขนาดท่านรู้เบาะแสว่าพวกหัวหน้าชาวเมืองมักก๊ะฮฺได้ส่งกลุ่มมือเพชฌฆาตมาลอบสังหารท่าน ท่านจึงต้องอพยพออกจากบ้านเกิดเมืองนอนไปยังเมืองยัษริบ สร้างรัฐที่ยัษริบ
ทำไมท่านถึงเลือกอพยพไปยังยัษริบ ?
คำตอบก็คือ เมืองอื่นๆอย่างเช่น ฏออีฟ ได้ปฏิเสธท่านอย่างรุนแรงจนถึงเลือดมาแล้ว
แต่ที่ยัษริบมีชาวเมืองกลุ่มหนึ่งเคยเดินทางมาทำฮัจญ์ที่มักก๊ะฮฺและได้มีโอกาสฟังคำสอนของท่านจนเกิดความเลื่อมใสศรัทธาหันมาเป็นมุสลิมและให้สัญญาว่าจะช่วยเหลือท่านหากท่านต้องการมาปฏิบัติภารกิจอิสลามที่ยัษริบ
ด้วยคำมั่นสัญญาดังกล่าว นบีมุฮัมมัดจึงได้สั่งบรรดาผู้ศรัทธาที่เหลืออยู่ให้ทยอยอพยพล่วงหน้าไปยังยัษริบ ดังนั้น จำนวนมุสลิมในยัษริบจึงเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน เมืองยัษริบในเวลานั้นก็ขาดผู้นำทั้งนี้เนื่องจากความขัดแย้งกันของสองเผ่าใหญ่จนต่างฝ่ายต่างไม่ยอมที่จะให้คนของเผ่าคู่แข่งขึ้นมาเป็นผู้นำ แต่เมื่อนบีมุฮัมมัดไปถึงที่นั่น ท่านสามารถสร้างความสมานฉันท์ให้คนสองเผ่านี้ยุติความขัดแย้งกันและยอมรับท่านเป็นผู้นำได้อย่างเกินความคาดหมาย
ความสำเร็จขั้นต้นของท่านนบีมุฮัมมัดเมื่ออพยพไปถึงยัษริบก็คือท่านสามารถสร้างความสัมพันธ์ฉันพี่น้องร่วมศรัทธาเดียวกันให้เกิดขึ้นระหว่างมุสลิมในเมืองยัษริบและมุสลิมที่อพยพจากมักก๊ะฮฺได้เป็นผลสำเร็จ ความช่วยเหลือจากมุสลิมท้องถิ่นในยัษริบที่มีต่อมุสลิมที่อพยพมาจากมักก๊ะฮฺนี้เองที่ทำให้ชุมชนมุสลิมมีความเข้มแข็งขึ้น
นอกจากนี้แล้ว ท่านยังสามารถสร้างความสงบและความเป็นปึกแผ่นแน่นเหนียวให้เกิดขึ้นในยัษริบได้โดยการให้ทุกฝ่ายร่วมลงนามในสนธิสัญญามะดีนะฮฺซึ่งตามสนธิสัญญานี้ทุกฝ่ายยอมยุติความขัดแย้งและตกลงร่วมกันที่จะปกป้องมะดีนะฮฺหากมีภัยจากภายนอกมารุกราน นโยบายต่อชาวคัมภีร์
นอกจากจะมีประชาคมมุสลิมที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นแล้ว ในยัษริบยังมีคนอีกสองกลุ่มที่ตกเป็นกลุ่มเป้าหมายการเชิญชวนสู่อิสลามของท่านนบี คนสองกลุ่มนี้คัมภีร์กุรอานเรียกว่า ?ชาวคัมภีร์?ซึ่งประกอบไปด้วยชาวยิวที่ยึดถือคัมภีร์เตารอต(โตราห์)และอีกกลุ่มหนึ่งคือชาวคริสเตียนที่ยึดถือคัมภีร์ไบเบิล ถึงแม้คนสองกลุ่มนี้จะมีความเชื่อในพระเจ้าเหมือนกัน แต่ก็มีความขัดแย้งกันในบางประเด็น ชาวยิวในเวลานั้นยกย่องเอษราเป็นบุตรของพระเจ้าเพราะเอษราเป็นผู้รวบรวมคำสอนและประวัติของโมเสส ส่วนชาวคริสเตียนเชื่อว่าพระเยซูเป็นบุตรของพระองค์
นบีมุฮัมมัดพยายามที่จะเชิญชวนคนสองกลุ่มนี้กลับมาสู่ศาสนาของพระเจ้าที่ศาสดาของพวกเขานำมา ท่านคิดว่าการเชิญชวนคนสองกลุ่มนี้น่าจะเป็นการง่าย เพราะคนสองกลุ่มนี้มีความเชื่อในพระเจ้า มีความเชื่อในวันแห่งการพิพากษาในโลกหน้าและรู้จักบรรดานบีต่างๆก่อนหน้านี้เป็นพื้นฐานอยู่ก่อนแล้ว เพียงแต่คนเหล่านี้มีความเข้าใจผิดบางอย่างอันเนื่องมาจากคัมภีร์ของพวกเขาถูกบิดเบือนไปจากต้นฉบับเดิมเท่านั้น นบีมุฮัมมัดจึงนำเสนอคัมภีร์กุรอานต่อคนสองกลุ่มนี้โดยยืนยันว่าเป็นคัมภีร์ของพระเจ้าและแสดงตัวว่าท่านเป็นนบีที่พระเจ้าส่งมา ปุจฉาวิสัชนากับชาวคัมภีร์
เมื่อข่าวการอ้างตัวเป็นนบีของท่านนบีมุฮัมมัดแพร่กระจายออกไป ความสงสัยก็เกิดขึ้นในหมู่ชาวคัมภีร์จนคณะบาทหลวงคริสเตียนแห่งแคว้นนัจญ์รอนได้เดินทางมาเยือนท่านเพื่อขอความกระจ่างในคำกล่าวอ้างเป็นนบี การปุจฉาวิสัชนาระหว่างผู้นำทางศาสนาจึงเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในอารเบีย เมื่อคณะบาทหลวงคริสเตียนได้ถามท่านถึงเรื่องความเชื่อในพระเจ้าสามองค์ นบีมุฮัมมัดพยายามทำความเข้าใจเป็นเบื้องแรกแก่บาทหลวงเหล่านี้ว่าพระเจ้าของท่านคือพระเจ้าแห่งชั้นฟ้าและแผ่นดินและผู้ทรงสร้างทุกสรรพสิ่ง พระองค์ทรงเป็นหนึ่งเดียว พระองค์ไม่ทรงมีบุตรและมิได้ทรงเป็นบุตรใคร (ดูกุรอานบทที่ 112)
นบีมุฮัมมัดยืนยันกับชาวคัมภีร์ว่า ?เราศรัทธาในอัลลอฮฺและในคำสอนที่ถูกประทานมายังเราและที่ถูกประทานมายังอิบรอฮีมและอิสมาอีลและอิสฮากและยะกู๊บและบรรดาลูกหลานของเขาและในคำสอนที่ถูกประทานมายังมูซาและอีซาและนบีคนอื่นๆจากพระผู้อภิบาลของพวกเขา เรามิได้จำแนกผู้หนึ่งผู้ใดในหมู่พวกเขาและเราเป็นผู้นอบน้อมต่อพระองค์? (กุรอาน 2:84)
นอกจากนี้แล้ว ท่านยังได้แสดงหลักฐานถึงการเป็นนบีของพระเจ้าด้วยการบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของบรรดานบีเหล่านั้นอย่างละเอียดถูกต้องทั้งๆที่ท่านอ่านหนังสือไม่ออกและเขียนหนังสือไม่ได้ แต่แทนที่จะประหลาดใจในความมหัศจรรย์ของนบีมุฮัมมัดที่รู้ประวัติศาสตร์บรรพชนของพวกเขาย้อนหลังนับเป็นพันปี บาทหลวงเหล่านี้ส่วนใหญ่กลับปฏิเสธท่านเพราะเหตุผลบางประการ เช่น
หากพวกเขายอมรับนบีมุฮัมมัดว่าเป็นนบีตามที่คัมภีร์ก่อนๆกล่าวล่วงหน้าไว้ พวกเขาก็จะต้องกลายมาเป็นสาวกที่ปฏิบัติตามท่าน การทำเช่นนั้นย่อมหมายถึงการสูญเสียสถานภาพเดิมของพวกเขาในการเป็นตัวแทนศาสนาคริสต์ของอาณาจักรไบแซนติน
เหตุผลอีกประการหนึ่งก็คือชาวคัมภีร์เหล่านี้ถือว่าพวกตนเป็นลูกหลานของอิสราเอล บรรพบุรุษของพวกตนได้รับเกียรติจากพระเจ้าให้เป็นนบีและพระเจ้าได้ประทานคัมภีร์แก่พวกเขา ดังนั้น พวกเขาจึงอคติต่อนบีมุฮัมมัดเพียงเพราะนบีมุฮัมมัดเป็นชาวอาหรับที่พวกเขาดูถูกว่าเป็นผู้ไม่รู้หนังสือและหยาบช้าป่าเถื่อน เป็นไปไม่ได้ที่พระเจ้าจะเลือกคนอาหรับให้เป็นนบี แต่คนเหล่านี้ลืมไปว่าพวกเขากับนบีมุฮัมมัดก็มีนบีอิบรอฮีมเป็นบรรพบุรุษร่วมกัน เพียงแต่ต่างมารดากันเท่านั้น
ปัจจุบันนี้ นบีมุฮัมมัดมิได้มีชีวิตอยู่แล้ว คงเหลือแต่มุสลิมเท่านั้นที่สืบทอดความศรัทธาของท่านต่อมา แต่อคติของผู้ที่ต่อต้านท่านและอุดมการณ์ของท่านก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร ปัจจุบันก็ยังเป็นอยู่อย่างนั้น เพราะอุดมการณ์และความอคติมิได้ตายตามตัวบุคคลไปด้วย หากแต่มันได้ถูกสืบทอดและปลูกฝังขึ้นในจิตใจของชาวตะวันตกมาโดยตลอด ดังนั้น ลึกๆของสถานการณ์สงครามในโลกมุสลิมโดยเฉพาะในตะวันออกกลางนอกจากจะมีผลประโยชน์เป็นแรงจูงใจแล้วยังมีภูมิหลังทางประวัติศาสตร์และอุดมการณ์ทางศาสนาเป็นแรงผลักดันอีกด้วย
                                                                             
                                                                                             ThaiMuslimShop .com  อ.บรรจง  บินกาซัน 
 
Web Control Panel Stats Mnet Solution Co.,Ltd.